In: Candlestick0

รูปแบบแท่งเทียน

เทรดเดอร์หลายๆคนคงรู้จักแท่งเทียนเป็นอย่างดี การดูกราฟและวิเคราะห์กราฟส่วนใหญ่จะใช้แท่งเทียนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ แท่งเทียนมีหน้าที่บอกพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมาถึงปัจจุบันและจะส่งผลอย่างไรในอนาคต จากข้อมูลนี้ทำให้เราสามารถใช้แท่งเทียนในอดีตทำนายและคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาในอนาคตได้

ผมเป็นคนเทรดเดอร์คนหนึ่งที่ใช้แท่งเทียนในการเทรด ในสายเทคนิคเราจะเรียกการเทรดแบบนี้ว่า การเทรดกราฟเปล่า หรือ Price Action แต่จริงๆแล้ว Price Action ไม่ได้ใช้แค่การดูพฤติกรรมจากราคาเพียงอย่างเดียว ต้องดูควบคู่กับดีมานด์ซัพพลายด้วย  แท่งเทียนบ่งบอกพฤติกรรมของนักลงทุนหลายๆอย่าง แสดงถึงความกล้า ความกลัว ความโลภ การสับขาหลอก การลากไปเชือด การทำราคาต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้มักจะมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลา เช่น ใช้เวลาน้อยแต่ราคาเปลี่ยนแปลงเยอะ ใช้เวลามากแต่ราคาเปลี่ยนแปลงน้อย ลักษณะเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์หรือนักเก็งกำไรอย่างเราๆควรจะรู้

ผมเขียนเรื่องแท่งเทียนไว้เยอะมาก ทั้งจากทางในบล๊อตส่วนตัวของผมและเว็บไซต์ ซึ่งข้อมูล ณ ตอนที่เขียนเป็นช่วงที่ผมเริ่มศึกษาลักษณะของกราฟทางเทคนิคแต่ประสบการณ์ในการเทรดยังไม่เพียงพอที่จะรู้พฤติกรรมเชิงลึกของราคา แต่ ณ ปัจจุบันผมคิดว่า น่าจะรู้อะไรขึ้นมาเยอะแล้วเกี่ยวกับ แท่งเทียน และผมหวังว่า บทความนี้จะเป็นกรณีศึกษาให้กับคนรุ่นใหม่ๆอีกต่อไป … เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

ลักษณะทั่วไปของแท่งเทียน

ก่อนที่เราจะลงลึกถึงรูปแบบ เราต้องรู้ที่มาที่ไปของแท่งเทียนเสียก่อน ประวัติความเป็นมาของแท่งเทียน ซึ่งเราต้องให้เกียรติกับผู้ที่คิดค้นเรื่องแท่งเทียน  โดยต้นกำเนิดของกราฟแท่งเทียนมาจากประเทศยี่ปุ่นโดยมีประวัติย้อนหลังมายาวนานมาก โดยนาย Munehisa Homma เป็นผู้คิดค้นจากการวิเคราะห์จิตวิทยาของคนในการซื้อขายและกำหนดราคาข้าว และเขาได้เขียนหนังสือไว้สองเล่มคือ Sakata  Henso และ Soba No Den  และเมื่อประมาณปี 1991 กลุ่มประเทศตะวันตกได้นำความรู้ทางด้านแท่งเทียนมาประยุกต์กับการดูหุ้น ทองคำ ดัชนี และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา หลังจากนั้นแท่งเทียนก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจากผลงานการเขียนหนังสือของ สติฟ ไนสันผู้ที่เริ่มนำกราฟแท่งเทียนมาใช้กับตลาดหุ้น

รูปแบบของแท่งเทียนนั้นมีมากกว่า 50 รูปแบบ แต่ในการเทรดจริงๆนั้น เราจะใช้มันเพียงไม่กี่รูปแบบที่พบบ่อยและเป็นได้ผลมากที่สุด ซึ่งแท่งเทียนมีลักษณะดังต่อไปนี้

Candlestick-1
รูปภาพแท่งเทียนที่ 1 -ลักษณะของแท่งเทียนทั่วไป

ผมจะแทนแท่งเทียนเทียนสีขาวให้เป็น แท่งเทียนขาขึ้น เรียกว่า Bullish CandleStick และแทนแท่งเทียนสีดำเป็น แท่งเทียนขาลง เรียกว่า Bearish Candlestick

คำขยายความ : Bullish คือ สภาวะตลาดขาขึ้น (กระทิงขวิด ) Bearish คือ สภาวะตลาดขาลง (Bearish)

candlestick-2
รูปภาพแท่งเทียนที่ 2 -แท่งเทียนขาขึ้น Bullish Candlestick

ลักษณะของแท่งเทียนขาขึ้น(Bullish CandleStick)  ตัวแท่งเทียนจะเป็นสีขาว จะมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. ราคาปิด(C)จะอยู่เหนือราคาเปิด(O) และราคาสูงสุดจะอยู่เหนือราคาปิด (C)
  2. ตัวแท่งมีลักษณะยาว วัดจากราคาเปิดถึงราคาปิด
  3. พฤติกรรมของราคาบ่งบอกถึงความต้องการซื้อสินค้าของนักลงทุน
Candlestick-3
รูปภาพแท่งเทียนที่ 3 -แท่งเทียนขาลง Bearish Candlestick

ลักษณะของแท่งเทียนขาลง (Bearish CandleStick)  ตัวแท่งจะเป็นสีดำ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. ราคาปิด (C) จะอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด(O) และราคาปิดจะอยู่สูงกว่าราคาต่ำสุด
  2. ตัวแท่งมีลักษณะยาว วัดจากราคาเปิดถึงราคาปิด
  3. พฤติกรรมของราคาบ่งบอกถึงความต้องการขายสินค้าหรือปล่อยของในช่วงเวลาๆนั้น
รุปภาพแท่งเที่ยนที่ 4 -แท่งเทียนโดจิ Doji Candlestick
รุปภาพแท่งเที่ยนที่ 4 -แท่งเทียนโดจิ Doji Candlestick

ลักษณะของแท่งเทียนแบบ Doji จะมีราคาเปิดและราคาปิดอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกัน บางครั้งราคาปิดและราคาเปิดอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน  โดจิแบ่งออกเป็นหลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะมีความหมายของพฤติกรรมการลงทุน ณ ช่วงเวลานั้นแตกต่างกันออกไป  นัยยะสำคัญของแท่งเทียนแบบโดจิไม่ใช่อยู่ที่ตัวแท่ง (Body) แต่หากเป็นตัวใส้เทียนหรือหางเทียนมากกว่า ผมเขียนบทความมาถึงตรงนี้ หลายๆคนอาจจะงงว่า ตัวแท่ง (Body) และใส้เทียนหรือหางเทียน ( Shadow) คืออะไร

ฺBody คือ ความยาวระหว่าง ราคาเปิดกับราคาปิด ถ้ามีความยาวมากๆ แสดงว่า ตลาด ณ ช่วงเวลานั้นมีความผันผวนสูง หรือราคาอาจจะเกิดจากข่าวและเหตุการณ์ต่างๆ ถ้าตัวแท่งมีความยาวน้อยๆ แสดงถึง ตลาดไม่ค่อยมีวอลุ่มในการซื้อขายและกำลังสะสมแรงซื้อและแรงขายอยู่

Shawdow คือใส้เทียน หรือหางของแท่งเทียน ซึ่งจะมีทั้งด้านล่างและด้านบน   ใส้เทียนด้านล่างเรียกว่า Lower Shadaw และใส้เทียนด้านบนเรียกว่า Upper Shadow

รูปภาพแท่งเทียนที่ 5 - ลักษณะของ Body และ Shadow
รูปภาพแท่งเทียนที่ 5 – ลักษณะของ Body และ Shadow

ความหมายของพฤติกรรมราคาจากใส้เทียน ผมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนะครับ

  1. ใส้เทียนด้านล่างยาวมากๆ (Long Lower Shadow )  ตลาดกำลังบอกอะไรกับเรา ถ้าคุณเจอแท่งเทียนในลักษณะ มีใส้เทียนด้านล่างยาวมากๆในช่วงสภาวะตลาดขาขึ้น  พฤติกรรมนั้นจะบอกเราว่า แนวโน้มของราคาขึ้นต่อ และไปอีกไกล แต่ถ้าคุณเจอใส้เทียนด้านล่างยาวมากๆในสภาวะตลาดขาลง ต้องแยกออกเป็นสองแบบคือ ราคากำลังพักตัวและราคากำลังกลับตัว
  2. ใส้เทียนด้านบนยาวมากๆ (Long Upper Shadow ) นั่นหมายความว่า มีแรงขายมหาศาลเข้ามา ณ ช่วงเวลานั้น หากมีใส้เทียนด้านบนยาวมากๆในสภาวะตลาดขาลง ตลาดกำลังบอกเราว่าแนวโน้มโอกาสลงต่อสูงมาก  อีกหากเจอใส้เทียนด้านบนยาวๆมากในแนวโน้มขาขึ้น ตลาดกำลังจะบอกว่า กำลังกลับตัว และ พักตัว

คุณอาจจะมองไม่เห็นภาพว่ามันคืออะไร สำหรับมือใหม่ลองเทรดไปก่อนครับ และเฝ้าดูกราฟบ่อยๆ แล้วค่อยกลับมาอ่านข้อความด้านบนของผมอีกรอบ คุณจะเข้าใจในความหมายของมัน

ลักษณะของใส้เทียนจะบ่งบอกสภาวะตลาดได้เป็นอย่างดี เทรดเดอร์บางคนใช้ความยาวของใส้เทียนเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจในการเข้าออเดอร์ เช่น ถ้าเจอใส้เทียนด้านล่างยาวมากๆ จะเข้า Buy และถ้าเจอใส้เทียนด้านบนยาวมากๆ จะเข้า Sell  เป็นต้น  คำว่า ใส้เทียนด้านล่างยาวมากๆ กับคำว่า ใส้เทียนด้านบนยาวมากๆ ฟังดูแล้วอาจจะเชยๆ ผมจะแทนมันว่า Pin Bar หรือ Pinocchio Bar จะได้เรียกกันง่าย  Pin Bar อ่านว่า พินบาร์

ผมได้พาคุณเข้ามาสู่แท่งเทียนที่ชื่อ Pin bar จริงๆแล้วในตำราแท่งเทียนไม่มีชื่อนี้นะครับ แต่ลักษณะเช่นนี้มีให้เห็นบ่อย  ในตำราแท่งเทียนจะเรียก Pin Bar ว่า Doji แต่ผมไม่ค่อยใช้ Doji ในการเทรด เพราะตลาดที่มีแท่ง Doji คือตลาดอยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยมีแรงซื้อขาย (Sideway)  Pinbar ถูกตั้งขึ้นมาจากเทรดเดอร์ที่เทรดสาย Price  Action  เทรดเดอร์สายนี้จะตั้งชื่อตามพฤติกรรมของราคาที่พวกเขาเห็น  … เขียนไปเขียนมา ผมจะพาคุณเข้าไปสู่สาย Price Action แล้ว พอแคนี้ก่อนนะครับ เด่วครั้งหน้าไม่มีบทความมาเขียนให้อ่าน

รูปภาพแท่งเทียนที่ 6 -Pin Bar
รูปภาพแท่งเทียนที่ 6 -Pin Bar

จากตัวอย่าง แนวโน้มเดิมเป็นขาขึ้นและมีแท่ง Pin Bar ซึ่งมีใส้เทียนด้านบนยาวมากๆ ทำให้ราคาเกิดการกลับตัว  ราคาได้ร่วงลงมาในแท่งถัดมาเป็น Long Body จากนั้นราคาได้ไหลลงมาเรื่อยๆ เห็นมั้ยว่า แท่งเทียนแบบ Pin Bar เพียงแท่งเดียวก็สามารถทำให้เราเทรดได้ แต่จะใช้พินบาร์ยังไงให้ได้ผล ต้องดูกราฟบ่อยๆ และหาแนวรับ แนวต้านที่มีนัยยะสำคัญให้เจอครับ  …. นี่เป็นเพียงตัวอย่างของกราฟแท่งเทียนแบบ Pin Bar นะครับ 

 

หากคุณอ่านพฤติกรรมของแท่งเทียน 4 รูปแบบที่ผมได้เขียนไป และเข้าใจความหมายของแท่งเทียนในแต่ละแท่ง คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปจำรูปแบบของแท่งเทียนอีกต่อไปนะครับ จำเพียงแค่ แท่งยาวๆขาขึ้นและขาลงคืออะไร แท่งเทียนสั้นๆแสดงถึงสภาวะตลาดแบบไหน หรือแท่งเทียนที่ใส้เทียนยาวๆจะมีทิศทางไปทางไหนต่อ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถนำไปประยุกต์กับระบบเทรดของคุณได้แล้วครับ

สำหรับบทความนี้ผมขอสิ้นสุดเพียงเท่านี้ แล้วบทความหน้าเกี่ยวกับแท่งเทียน ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับ รูปแบบแท่งเทียนที่ผมใช้บ่อยที่สุด และได้ผลดีที่สุดให้กับเพื่อนๆเทรดเดอร์ทุกคนได้อ่านกันนะครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามเว็บไซต์ THFX Broker หากถูกใจบทความนี้แชร์ให้กับคนที่คุณรัก หากบทความของผมสามารถนำไปประโยชน์กับผู้อื่นได้ ผมยินดีให้นำบทความของผมไปเผยแพร่ต่อผู้อื่นได้เลยครับ

ขอบคุณครับ

Mac
candlestick-en

 

เพื่อนๆเทรดเดอร์สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยว รูปแบบแท่งเทียนและรูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อยได้ที่นี่ >>> รูปแบบแท่งเที่ยนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) 

 

Leave a Reply