In: Psychology0

 

เมื่อกล่าวถึงปัจจัยและสัดส่วนที่มีผลต่อความสำเร็จในการลงทุนว่าจะต้องประกอบด้วยกัน 3 ส่วนคือ

  1. ระบบเทรดและเครื่องมือชีวัดต่างๆ    โดยระบบเทรดจะมีความสำคัญเพียง 10 เปอร์เซนเท่านั้น
  2. Money Management คือการบริหารจัดการเงินในพอร์ตของคุณ มีความสำคัญมากถึง 30 เปอร์เซน
  3. Psychology คือ จิตวิทยาในการลงทุน ระบบความคิดมีผลต่อการลงทุนของคุณถึง 60 เปอร์เซน

แต่ในโลกความเป็นจริงพบว่า เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มี Mindset  ในการเทรดที่มีสัดส่วนผกผันกับแนวคิดดังกล่าว พวกเขาให้ความสำคัญกับระบบและเครื่องมือในการเทรดมาก่อนเป็นอันดับหนึ่ง เพราะมันเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้และสามารถจับต้องได้ เขาคิดว่าการลงทุนเป็นตรรกะ  สูตรคำนวณหรือระบบต่างๆสามารถบอกได้ว่าตลาดจะไปทางไหนได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น พวกเขาจะทุ่มเทกับการเรียนรู้เพื่อที่จะเป็นเทรดเดอร์โดบการศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างจริงจังด้วยความหวังที่ว่า เมื่อใดที่เขารู้เกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ รูปแบบราคา การนับคลื่น  แนวรับแนวต้าน หรืออื่นๆ พวกเขาสามารถจะประสบความสำเร็จในการเทรด แต่จนแล้วจนรอด เขาเหล่านี้แม่จะแตกฉานในการเกมส์ของกราฟแล้ว แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จกับการเทรด ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่รู้ว่าปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการเทรด นอกจากเทคนิคคอลแล้วก็ยังมี Money Management และเรื่องของจิตวิทยาในการลงทุน (Pstchology) แต่ว่าปัจจัยทั้งสองอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่เรียนรู้ยากกว่า โดยเฉพาะเรื่องจิตวิทยาในการลงทุน

เพราะเหตุนี้เอง เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จึงพยายามมองข้ามสิ่งที่ยากๆไป เรียนรู้เฉพาะสิ่งที่เข้าใจง่าย พยายามไม่สนใจแนวคิดที่ว่า ความสำเร็จจากการลงทุนนั้นมันต้องมาจากส่วนที่ยากๆ พวกเขาพยายามหลอกตัวเองว่า แค่เทคนิคคอลชั้นสูงที่ตัวเองมีกับความเข้าใจเรื่อง Money Management และจิตวิทยาการลงทุนนิดๆหน่อยๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จกับการเทรดได้แล้ว

พวกเขาพลาดอะไรไป ?

พวกเขาอาจจะคิดว่ากำไรที่ได้ในวันนี้สามารถทดสอบได้แล้วว่า เขาสามารถอยู่ในตลาดแห่งนี้ด้วยเทคนิคคอลที่เขามีได้ แต่เขาไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้ว การที่เขาขาดซึ่งหัวใจหลักในการลงทุนอย่าง Money Management และ Psychology  นั้นจะทำให้เขาต้องถูกถีบออกจากตลาดไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง มันไม่สำคัญหรอกว่าวันนี้คุณจะมีกำไรเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณจะอยู่ในตลาดอันโหดร้ายแห่งนี้ได้ยาวนานซักเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะทำให้รู้ว่า ใครแกร่งจริงในตลาดแห่งนี้

หลายๆ คนมองว่าการที่จะสำเร็จในการลงทุนนั้น ต้องทำกำไรได้เยอะๆ อย่างรวดเร็วเท่านั้น ยิ่งเร็วยิ่งดี เขาอยากอยู่บนทางด่วนสู่อิสระภาพทางการเงิน เขาจึงใช้รูปแบบการเทรดแบบ High risk เทรดลักษณะวัดดวง ได้ก็ได้เยอะแต่ถ้าเสียก็สาหัส ไม่ต่างอะไรไปกับการพนัน เพราะเขาเชื่อในกฎ “high risk high return” เขาวางทัศนคติแบบนี้ไว้ในตัว ทำให้รูปแบบการเทรดออกมาแบบสุ่มเสี่ยงตลอดเวลา วันนี้คุณอาจได้กำไรมหาศาล แต่ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้คุณอาจล้มละลายก็ได้ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่คุณจะขับรถบนทางด่วนด้วยความเร็ว 200 กม/ชั่วโมง แต่คุณไปไม่ถึงจุดหมาย

ดัง นั้น หากคุณอยากจะยืนอยู่ในอาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืน คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะปรีบเปลี่ยน master plan หรือ ทัศนคติในตัวคุณที่ว่า High risk High return ซะก่อนและตระหนักใหม่ว่า high return อาจไม่จำเป็นต้องมาจาก high risk และสิ่งที่จะทำให้คุณควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับต่ำได้ก็ถือการมี mindset ที่ถูกต้อง money management ที่ดี

” และแน่นอนระบบที่เหมาะสมกับตัวคุณ คุณต้องผสานสามสิ่งนี้ไปด้วยกันอย่างลงตัว  ”

จริงๆ แล้วมันไม่มี Success formula หรอกว่า “ทัศนคติสู่ความสำเร็จ” หรือ Winning attitude นั้น ควรเป็นอย่างไร มีสัดส่วนเท่าไร เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานชีวิตที่ต่างกัน ลักษณะนิสัยและเงินทุนที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือหากคุณอยากอยู่ในตลาดแห่งนี้อย่างยั่งยืน อยากจะยึดอาชีพ freedom trader คุณต้องมีทัศนคติที่จะทำให้พอร์ตของคุณเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เร่งรวยจนหมดตัวซะก่อน!!!!!!

แต่ การเปลี่ยนทัศนคตินี่แหละที่ยากที่สุด เพราะมันเหมือนกับการค้นหาตัวเองใหม่ (Re-discover yourself) ซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าทัศนคติที่เหมาะกับแต่ละคนควรเป็นอย่างไร คุณต้อง “หาเอง” เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ล้วนเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนักมากก่อน เพราะเหตุการณ์วิกฤติในชีวิตมันมักจะเป็นจุดเปลี่ยนให้กับเจ้าตัวทัศนคติของ เรามีความถูกต้อง ดังนั้น หากวันนี้คุณยังขาดทุนอยู่ ก็ขอให้รู้ว่าคุณได้เดินมาถูกทางแล้ว มันแค่อาจยังไม่ใช่จุดวิกฤติในชีวิตของคุณมากพอที่จะเปลี่ยนทัศนคติคุณได้ เท่านั้นเอง

Leave a Reply